โลโก้ Thai LegalThai Legal& Immigration Service

Apostille เริ่ม 28 ก.พ. 2570 คนไทยต้องเตรียมอะไร

ทำความเข้าใจ Apostille สำหรับไทยก่อนและหลัง 28 ก.พ. 2570 ขอบเขตเอกสารมหาชน คำแปล และเงื่อนไขประเทศปลายทาง พร้อมลิงก์ HCCH และหน่วยงานทางการ

คำตอบสั้น

ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 และอนุสัญญามีผลสำหรับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2570 ตามประกาศ HCCH ระบบนี้ช่วยลดขั้นตอนรับรองเอกสารมหาชนในความสัมพันธ์ที่อนุสัญญาใช้บังคับ แต่ไม่ยกเลิกข้อกำหนดเนื้อหา ภาษา หรือคุณสมบัติวีซ่า

วันเข้าเป็นภาคีกับวันมีผลไม่ใช่วันเดียวกัน

การเข้าเป็นภาคีเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 ไม่ได้หมายความว่าเอกสารไทยทุกฉบับใช้ระบบใหม่ได้ทันที ต้องแยกจากวันที่มีผล 28 ก.พ. 2570 ตามประกาศ HCCH และตรวจขั้นตอนปฏิบัติของหน่วยงานไทยที่มีอำนาจในเวลาที่จะยื่นจริง

หากต้องใช้เอกสารก่อนวันมีผล ไม่ควรหยุดกระบวนการเดิมเพียงเพราะเห็นข่าวการเข้าร่วม ให้ถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องใช้เมื่อใดและรับเอกสารแบบไหน รวมถึงเผื่อเวลาแปล ขอเอกสารใหม่ และรับรองตามช่องทางที่ใช้ได้ในขณะนั้น

อะไรที่ลดลง และกรณีใดต้องตรวจเพิ่ม

หลักของอนุสัญญาคือใช้ Apostille จากหน่วยงานที่มีอำนาจแทนกระบวนการรับรองทางการทูตหรือกงสุลสำหรับเอกสารที่อยู่ในขอบเขตและใช้ระหว่างประเทศที่อนุสัญญามีผลต่อกัน จึงอาจลดการวิ่งเอกสารหลายทอดในกรณีที่เข้าเงื่อนไข

อย่าดูเพียงว่าประเทศปลายทางอยู่ในรายชื่อภาคี ต้องตรวจการใช้บังคับระหว่างประเทศ ข้อคัดค้านที่เกี่ยวข้อง และดินแดนที่เอกสารจะถูกใช้ด้วย หากอนุสัญญาใช้ไม่ได้ อาจยังต้องเดินขั้นตอนรับรองแบบเดิมตามข้อกำหนดของผู้รับ

Apostille รับรองอะไร ไม่ได้รับรองอะไร

Apostille ยืนยันความแท้จริงของลายมือชื่อ ฐานะของผู้ลงนาม และตราประทับตามขอบเขตที่กำหนด ไม่ได้ยืนยันว่าเนื้อหาเอกสารถูกต้องทุกประการ ไม่ตัดสินสถานภาพบุคคล และไม่บังคับให้หน่วยงานปลายทางยอมรับผลทางกฎหมายของเนื้อหานั้น

จึงไม่ใช่การอนุมัติวีซ่าหรืออนุญาตจดทะเบียนสมรสโดยตัวมันเอง หากชื่อหรือวันเกิดผิด ต้องแก้ผ่านผู้ออกเอกสารก่อน การรับรองเพิ่มไม่ทำให้ข้อความที่ผิดกลายเป็นข้อมูลถูกต้อง และไม่แทนการตรวจคุณสมบัติตามกฎหมายของประเทศผู้รับ

เอกสารใดอาจเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

เอกสารทะเบียนราษฎร เอกสารสถานภาพสมรส หรือเอกสารการศึกษาที่จะใช้ต่างประเทศเป็นตัวอย่างเรื่องที่ควรตรวจว่าฉบับนั้นอยู่ในขอบเขตหรือไม่ ลักษณะเอกสาร ผู้ออก และรูปแบบต้นฉบับหรือสำเนาล้วนมีผล ไม่ใช่ทุกกระดาษที่แปลแล้วจะขอ Apostille ได้ทันที

เอกสารเอกชนและงาน Notary ต้องดูว่ามีส่วนใดเป็นเอกสารมหาชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อยกเว้นของอนุสัญญา อย่าสรุปว่าต้องทำ Notary ทุกกรณี หรือทำ Notary แล้วใช้แทน Apostille ได้เสมอ ให้ถามถึงเส้นทางของเอกสารฉบับที่จะใช้จริง

ยังต้องแปลและตรวจอายุเอกสารไหม

ยังต้องตรวจภาษาที่หน่วยงานผู้รับต้องการและคุณสมบัติของผู้แปล บางแห่งต้องการคำแปลที่จัดทำตามระบบของตน บางแห่งอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการรับรองคำแปลแยกต่างหาก จึงควรถามลำดับการแปลและรับรองก่อนเริ่ม ไม่ใช่คาดว่าระบบใหม่ยกเลิกงานแปล

Apostille ไม่ได้ทำให้เอกสารสถานภาพเก่าตอบคำถามสถานะปัจจุบันได้ทุกกรณี ผู้รับอาจกำหนดให้เอกสารออกภายในช่วงเวลาหนึ่ง หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติม ให้ตรวจทั้งอายุเอกสารและรายการประกอบ ไม่มองเฉพาะว่ามีใบรับรองติดมาหรือไม่

เตรียมตัวอย่างไรโดยไม่เสียขั้นตอนซ้ำ

ส่งคำถามถึงผู้รับโดยระบุประเทศ หน่วยงาน ประเภทเอกสาร และวันที่จะใช้ ขอรายการล่าสุดพร้อมรูปแบบที่ยอมรับ จากนั้นตรวจหน่วยงานผู้มีอำนาจและวิธีตรวจสอบ Apostille ที่ประกาศอย่างเป็นทางการ อย่าอาศัยภาพตัวอย่างหรือข้อความส่งต่อเป็นเกณฑ์เดียว

Thai Legal ช่วยตรวจชื่อ คำแปล และวางลำดับงานตามข้อมูลทางการที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณ ดูภาพรวมเพิ่มเติมที่หน้า /legalisation/apostille ก่อนส่งเอกสารต้นฉบับ โดยยังต้องยืนยันเงื่อนไขกับหน่วยงานผู้รับและผู้รับรองในวันที่ดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อมูลทั่วไปสำหรับเตรียมตัว ยังไม่มีบันทึกยืนยันการตรวจทานรายหน้าโดยผู้เชี่ยวชาญ โปรดตรวจข้อกำหนดทางการก่อนดำเนินการ · นโยบายตรวจสอบเนื้อหา

ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ส่งรายละเอียดมาให้เจ้าหน้าที่ — ประเมินรายการเอกสารเบื้องต้นฟรี

โทรเลยแชท LINE